
ตื่นเช้ามาพร้อมความรู้สึกตึงหนึบที่บั้นเอว หรือนั่งทำงานอยู่ดี ๆ ก็มีอาการปวดร้าวลึก ๆ จนสะดุ้ง หลายคนมักเกิดคำถามยอดฮิตในใจว่า อาการที่กำลังเป็นอยู่นี้คือกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดาจากการใช้งาน หรือเป็นสัญญาณเตือนภัยว่า ไต อวัยวะขับถ่ายของเสียสำคัญกำลังจะลาหยุดงานกันแน่ ความสับสนนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะตำแหน่งของไตกับกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างนั้นวางตัวอยู่ใกล้กันมากจนแทบจะแยกไม่ออก แต่ความสำคัญคือการแยกแยะสาเหตุให้ถูกต้อง เพราะการรักษาของทั้งสองโรคนี้เดินกันคนละเส้นทางอย่างสิ้นเชิง หากเข้าใจผิดแล้วซื้อยากินเอง อาจเปลี่ยนจากเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็น
ก่อนจะไปเช็คอาการ อยากให้ทำความเข้าใจพิกัดของร่างกายกันสักนิด ปกติแล้วไตของคนเรามี 2 ข้าง รูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว วางตัวอยู่บริเวณบั้นเอวค่อนไปทางด้านหลัง โดยจะซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิดภายใต้กระดูกซี่โครงคู่สุดท้ายเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน ในขณะที่กล้ามเนื้อหลังจะแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า ตั้งแต่คอลงมาจนถึงก้นกบ ดังนั้นจุดกำเนิดของความเจ็บปวดจึงเป็นเบาะแสแรกที่จะช่วยไขปริศนานี้ได้
ลักษณะอาการปวดของกล้ามเนื้อหลัง
โดยส่วนใหญ่แล้ว กว่า 80 ถึง 90% ของอาการ ปวดหลัง ที่เราพบเจอกันมักมาจากสาเหตุทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ หรือ Mechanical Pain ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สังเกตได้ง่าย คือ ความปวดมักสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวหรือท่าทาง เช่น จะรู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาทันทีที่ก้มยกของหนัก เอี้ยวตัวหยิบของ หรือนั่งในท่าเดิมนาน ๆ แต่เมื่อได้นอนพักหรือปรับเปลี่ยนท่าทาง อาการปวดมักจะทุเลาลง จุดที่ปวดมักจะระบุได้ชัดเจนว่าเป็นตรงกลางหลัง ตรงสลักเพชร หรือร้าวลงขา และเมื่อลองเอามือกดลงไปที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้น จะพบจุดกดเจ็บที่ทำให้รู้สึกตึงหรือปวดร้าว ซึ่งเป็นลักษณะของกล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวหรืออักเสบ
ปวดหลังแบบไหนเป็นไต สัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม
ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญว่า ปวดหลังแบบไหนเป็นไต เสื่อมหรืออักเสบ ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ความต่อเนื่องของอาการ อาการปวดจากโรคไตมักจะเกิดขึ้นแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือปวดตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะนอนพัก นั่งนิ่ง ๆ หรือขยับตัวท่าไหน ความปวดก็จะไม่ลดลง ลักษณะความปวดจะเป็นแบบปวดลึก ๆ ตื้อ ๆ หน่วง ๆ เหมือนมีอะไรบวมอยู่ข้างใน บางรายอาจปวดรุนแรงแบบบิดเกร็ง หากมีนิ่วอุดตันในท่อไต ซึ่งความปวดนี้จะรุนแรงมากจนเหงื่อแตกตัวงอ
ตำแหน่งของความปวดจากไตมักจะอยู่สูงกว่าระดับเอวเล็กน้อย บริเวณใต้ชายโครงด้านหลัง และมักจะเป็นแค่ข้างใดข้างหนึ่งตามตำแหน่งของไตที่มีปัญหา น้อยมากที่จะปวดพร้อมกันสองข้าง ที่สำคัญคืออาการปวดอาจร้าวไปที่บริเวณท้องน้อย ขาหนีบ หรืออวัยวะเพศ ซึ่งเป็นแนวทางเดินของท่อไต ต่างจากกล้ามเนื้อหลังที่จะร้าวลงสะโพกหรือขาด้านหลัง
อาการร่วมที่ฟันธงว่าไม่ใช่แค่ปวดเมื่อย
นอกจากลักษณะความปวดแล้ว ร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนอื่น ๆ ร่วมด้วยหากไตเริ่มมีปัญหา สิ่งที่ต้องสังเกตคือสีของปัสสาวะ หากปัสสาวะมีสีแดงจาง ๆ สีน้ำล้างเนื้อ หรือขุ่นผิดปกติ มีฟองมาก แสดงว่ามีการรั่วของเม็ดเลือดหรือโปรตีนออกมา นอกจากนี้อาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือปัสสาวะไม่ออกเลย ร่วมกับอาการทางร่างกายอื่น ๆ เช่น มีไข้หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน ตัวบวม หน้าบวม หรือขาบวมกดบุ๋ม ซึ่งอาการเหล่านี้จะไม่พบเลยในคนที่ปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบ หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ทดสอบเบื้องต้นด้วยตัวเอง
หากยังไม่แน่ใจ มีวิธีทดสอบง่าย ๆ ที่เรียกว่า Kidney Tap Test หรือการเคาะเบา ๆ บริเวณตำแหน่งของไต วิธีการคือให้ใช้กำปั้นทุบเบา ๆ ที่หลังบริเวณใต้ชายโครงด้านหลัง โดยระวังอย่าทุบแรงเกินไปจนบาดเจ็บ หากเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แรงทุบเบา ๆ จะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บมากนัก หรืออาจจะแค่รู้สึกตึง ๆ แต่ถ้าไตมีการอักเสบหรือติดเชื้อ แรงสะเทือนเพียงเล็กน้อยจะทำให้เกิดอาการปวดเจ็บสะดุ้ง หรือ Painful จนทนไม่ได้ หากทดสอบแล้วได้ผลเป็นบวก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจปัสสาวะและอัลตราซาวนด์ทันที
เมื่อมั่นใจว่าเป็นกล้ามเนื้อ กายภาพบำบัดช่วยได้
หลังจากเช็คจนชัวร์แล้วว่า ปวดหลังแบบไหนเป็นไต และมั่นใจว่าอาการของคุณมาจากกล้ามเนื้อหรือกระดูกสันหลังแน่นอน การกินยาแก้ปวดบรรเทาอาการไปวัน ๆ อาจไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เพราะยาแก้ปวด โดยเฉพาะกลุ่ม NSAIDs หากกินต่อเนื่องนาน ๆ กลับจะเป็นตัวการทำลายไตเสียเอง ดังนั้นการรักษาด้วย [กายภาพบำบัด] (ใส่ Link ไปหน้าบริการกายภาพบำบัด) จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและถนอมไตได้ดี
ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการความปวดได้อย่างแม่นยำและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น
- Ultrasound Therapy ที่ส่งคลื่นเสียงลงไปลดการอักเสบและคลายปมกล้ามเนื้อลึก ๆ ที่มือคนนวดไม่ถึง
- High Power Laser แสงเลเซอร์กำลังสูงที่ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยไม่มีผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายใน
- Shockwave Therapy สำหรับคนที่มีอาการปวดเรื้อรังจากพังผืด เครื่องนี้ก็เป็นพระเอกที่จะช่วยสลายพังผืดและกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหลังได้ดีขึ้น อาการปวดตึงก็จะทุเลาลง
การดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือการสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ความชะล่าใจทำให้เรามองข้ามสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ หากแยกแยะได้เร็ว การรักษาก็จะง่ายและได้ผลดี ไม่ว่าจะเป็นโรคไตที่ต้องรีบให้ยาฆ่าเชื้อ หรือโรคปวดหลังที่ต้องรีบฟื้นฟูโครงสร้าง ร่างกายนี้มีเพียงร่างเดียว การถนอมรักษาไว้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปราศจากความเจ็บปวดไปอีกนาน
หากคุณเช็คอาการแล้วพบว่าเป็นปวดหลังจากกล้ามเนื้อ และต้องการรักษาโดยไม่ต้องเสี่ยงกินยา เรามีบริการ [กายภาพบำบัด] (ใส่ Link ไปหน้าบริการกายภาพบำบัด) ที่ปลอดภัยต่อไต พร้อมดูแลคุณที่ Zenista Clinic
สามารถขอคำปรึกษาและใช้บริการได้ที่ Zenista Health and Wellness
เราพร้อมดูแลคุณด้วยมาตรฐานสากล ทั้ง 2 สาขาใกล้บ้าน
อย่าปล่อยให้ความปวดเป็นเรื่องปกติในชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายจองคิวได้ที่ Line ID @zenista