กระดูกคอผิดรูป ภัยเงียบที่เกิดได้ จากออฟฟิศซินโดรม

กระดูกคอผิดรูป ภัยเงียบที่เกิดได้ จากออฟฟิศซินโดรม

หลายคนที่มีอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรังมานานเป็นปีมักแก้ปัญหาด้วยการนวดคลายกล้ามเนื้อเป็นประจำ นวดเสร็จก็รู้สึกดีขึ้น แต่ผ่านไปไม่กี่วันอาการก็กลับมาเหมือนเดิม บางท่านเริ่มสังเกตว่าคอของตัวเองดูเอียงผิดรูป ก้มหน้าไม่สุด หรือหันคอได้น้อยลงกว่าเดิม

หากอาการปวดคอของคุณเป็นแบบนี้ นั่นอาจไม่ใช่แค่ปัญหากล้ามเนื้อตึงธรรมดาอีกต่อไป แต่อาจเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างกระดูกคอกำลังเปลี่ยนรูปไปอย่างช้าๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัว

    จาก Muscle Spasm สู่ Structural Adaptation

    ในระยะแรกของ Office Syndrome ปัญหาจะเริ่มต้นที่กล้ามเนื้อ เมื่อเรานั่งก้มหน้าจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อกลุ่ม Upper Trapezius และ Levator Scapulae รวมไปถึงกล้ามเนื้อลึกรอบคอจะเกร็งตัวค้างเพื่อพยุงศีรษะไม่ให้ห้อยลงไปข้างหน้า อาการนี้เรียกว่า Muscle Spasm ซึ่งเป็นเพียงการตอบสนองชั่วคราวของร่างกาย

    แต่ปัญหาคือ ถ้าปล่อยให้กล้ามเนื้อเกร็งค้างในลักษณะนี้ซ้ำๆ ทุกวัน ต่อเนื่องเป็นเดือนเป็นปี ร่างกายจะเริ่มมองว่าท่าทางที่ผิดปกตินี้คือท่าปกติ แล้วปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อรอบข้อต่อให้เข้ากับท่านั้นอย่างถาวร กระบวนการนี้เรียกว่า Structural Adaptation คือการที่โครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อรอบข้อต่อเปลี่ยนแปลงไปตามแรงกระทำซ้ำๆ ในระยะยาว ซึ่งต่างจาก Muscle Spasm ตรงที่ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึงแล้วคลายได้ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างที่ควรต้องใช้ กายภาพบำบัด เพื่อดูแลเนื่องจากเป็นภาวะที่แก้ไขได้ยากขึ้นมาก

    กลไก Loss of Cervical Lordosis พังผืดที่รัดค้างนาน ดึงแนวกระดูกคอให้ตรงได้อย่างไร

    ปกติแล้วกระดูกคอของมนุษย์จะมีแนวโค้งตามธรรมชาติเรียกว่า Cervical Lordosis ซึ่งโค้งไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ทำหน้าที่กระจายน้ำหนักของศีรษะ (ประมาณ 4-5 กิโลกรัม) ลงมาตามแนวกระดูกสันหลังอย่างสมดุล เหมือนสปริงที่ช่วยรับแรงกระแทก

    แต่เมื่อเราก้มหน้าเป็นเวลานานซ้ำๆ พังผืดและเอ็นยึดข้อต่อ (Ligament) ด้านหน้าคอจะถูกยืดค้างอยู่ในสภาพยาวเกินปกติ ในขณะที่พังผืดและกล้ามเนื้อด้านหลังคอจะหดสั้นและแข็งตัวจากการเกร็งค้างต่อเนื่อง เมื่อทั้งสองฝั่งเสียสมดุลกันในลักษณะนี้เป็นเวลานาน แรงดึงรั้งที่ไม่สมดุลนี้จะค่อยๆ ดึงแนวกระดูกคอให้ตรงขึ้นเรื่อยๆ จนสูญเสียความโค้งตามธรรมชาติไป เกิดเป็นภาวะที่เรียกว่า Loss of Cervical Lordosis หรือที่มักเรียกกันติดปากว่าคอตรง

    ภาวะนี้เป็นเรื่องที่ควรเฝ้าระวังตรงที่ทำให้แรงกระแทกจากน้ำหนักศีรษะไม่ถูกกระจายอย่างเหมาะสมอีกต่อไป แต่จะไปตกที่หมอนรองกระดูกและข้อต่อบางจุดมากผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอก่อนวัยอันควร และอาจลุกลามไปกดทับเส้นประสาทที่แขนงออกไปที่แขนและมือได้ในระยะยาว

    ทำไมนวดอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องใช้ Joint Mobilization ปรับข้อต่อ

    การนวดแผนไทยหรือการนวดคลายกล้ามเนื้อทั่วไป มีประโยชน์จริงในการลดความตึงของกล้ามเนื้อชั้นตื้น และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นชั่วคราว แต่การนวดอาจไม่ครอบคลุมการดูแลปัญหาที่ระดับข้อต่อและกระดูกได้ เพราะเป็นการกระทำต่อกล้ามเนื้อ ไม่ใช่การจัดแนวโครงสร้างกระดูก

    เมื่อแนวกระดูกคอเริ่มสูญเสียความโค้งตามธรรมชาติแล้ว การคลายแค่กล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียวจึงเปรียบเสมือนการรีดผ้าที่ยับ แต่ไม่ได้จัดโครงตัวเสื้อให้ตรง อาการจึงอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ นี่คือเหตุผลที่การทำหัตถการ Joint Mobilization โดยนักกายภาพบำบัดจึงมีความสำคัญในกรณีนี้ Joint Mobilization คือเทคนิคการเคลื่อนไหวข้อต่อกระดูกคออย่างมีทิศทาง และควบคุมแรงอย่างแม่นยำ เพื่อค่อยๆ คืนช่วงการเคลื่อนไหวปกติ (Range of Motion) ให้กับข้อต่อที่ติดขัด ลดแรงกดทับที่สะสมอยู่ในข้อต่อบางจุด และช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อรอบข้อต่อกลับมาทำงานสมดุลอีกครั้ง ซึ่งเมื่อผสานร่วมกับเทคโนโลยีอย่าง Shockwave หรือ INDIBA Deepheat ที่ช่วยคลายพังผืดชั้นลึกและกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จะเป็นทางเลือกที่ช่วยดูแลปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

    กลุ่มเสี่ยงที่มักพบภาวะนี้ ได้แก่ ผู้บริหารหรือพนักงานออฟฟิศที่นั่งประชุมและก้มดูเอกสารต่อเนื่องหลายชั่วโมง

    กระดูกคอผิดรูปจาก Office Syndrome ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลสะสมจากพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ค่อยๆ ดึงแนวกระดูกให้เปลี่ยนไปทีละน้อยจนกลายเป็นภัยเงียบ การรู้เท่าทันตั้งแต่ระยะที่ยังเป็นแค่กล้ามเนื้อตึง และเข้ารับการ รักษาออฟฟิศซินโดรม ด้วยวิธีการที่เหมาะสมถึงระดับข้อต่อ จะช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ปัญหาลุกลามไปสู่การเสื่อมของกระดูกคอในระยะยาว

    หากคุณมีอาการปวดเรื้อรัง นวดแล้วไม่ค่อยดีขึ้น ก้มหรือหันหน้าได้น้อยลง และสงสัยว่าแนวกระดูกคอของคุณเริ่มผิดรูปจาก Office Syndrome สามารถเข้ามาปรึกษาและรับการประเมินโครงสร้างคอโดยละเอียดได้ที่ คลินิกกายภาพบำบัดชลบุรี และ คลินิกกายภาพบำบัดเพชรบุรี ของ Zenista Health and Wellness ทั้ง 2 สาขา

    สอบถามและนัดหมายได้ที่ LINE ID @zenista

    บริการแนะนำ

    กายภาพบำบัด,กายภาพบำบัด ชลบุรี, กายภาพบำบัด เพชรบุรี

    กายภาพบำบัด

    คลินิกกายภาพบำบัด ชลบุรี เพชรบุรี ZENISTA CLINIC

    รักษาข้อเข่าเสื่อม,รักษาข้อเข่าเสื่อม ชลบุรี, รักษาข้อเข่าเสื่อม เพชรบุรี

    รักษาข้อเข่าเสื่อม

    คลินิกกายภาพบำบัด ชลบุรี เพชรบุรี ZENISTA CLINIC

    รักษาออฟฟิศซินโดรม,รักษาออฟฟิศซินโดรม ชลบุรี, รักษาออฟฟิศซินโดรม เพชรบุรี

    รักษาออฟฟิศซินโดรม

    รักษาออฟฟิศซินโดรม อาการปวดหลังเรื้อรัง